กำลังฝึกหัดเขียนเรื่องสั้น
posted on 16 Jun 2011 23:01 by mode-bangkokเรื่องสั้น หวานอมขมกลืน
เมื่อไม่นานมานี้ ผมหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง เธอชื่อหวาน ผมจำได้ดีว่าครั้งแรกที่เห็น เธอนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวริมสระน้ำตอนโพล้เพล้ในมหาวิทยาลัย ด้วยความสงสัยจึงเดินเข้าไปถามไถ่เธอด้วยความเป็นห่วงเป็นใยฉันเพื่อนมนุษย์ จนผมรู้สาเหตุว่าเธอเพิ่งอกหัก ผมแอบครุ่นคิดคนเดียวในใจไม่ได้ว่า ฉากแบบนี้มันหนังรักชัดๆ อีกไม่นานผมคงจะได้ลงเอยกับเธอ ก็อย่างว่าใครจะห้ามใจคิดได้ ก็เธอช่างมีหน้าตาสละสลวยเหลือเกิน
ผมพยายามเล่าเรื่องตลกให้เธอฟัง จนเธอหัวเราะรวนออกมาได้ ระยะเวลาในการนั่งริมสระน้ำทำให้ผมรู้สึกผูกพันกับเธออย่างไม่ทราบสาเหตุ และไม่นานพอความคุ้นเคยบังเกิด ผมก็ชวนเธอระบายความทุกข์ลงน้ำเหมือนที่ใครหลายๆ คน นิยมทำกันเวลาอกหัก ผมบอกเธอว่าการนั่งมองน้ำอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่สามารถระบายความเศร้าได้ และผมก็หยิบก้อนหิน ก้อนเล็กๆ ข้างตัว ขว้างให้กระทบผิวน้ำกระเพื่อมเป็นวงระลอกๆ
“มันเพลินดีนะขม เหมือนได้ปลดปล่อยอะไรบางอย่าง”
ใช่นั่นคือชื่อของผมเอง ชื่อที่ผมเคยสงสัยมานานว่าทำไมพ่อแม่ถึงต้องให้ผมชื่อขม ผมรู้สึกมันไม่ยักเป็นมงคลเลย แต่พอผมถามพ่อ ท่านก็ตอบเพียงสั้นๆ ว่าตอนแพ้ท้องแม่แกชอบกินผักขม มันจะอย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ยังสงสัยกับชื่อของตัวเองอยู่ดี
“หวานขอบคุณขมมาก มันช่วยให้หวานลืมความทุกข์ไปได้ช่วงหนึ่งเชียวแหละ“
“ไม่ต้องขอบอกขอบใจอะไรหรอก ผมไม่หวงวิธีระบายความทุกข์นี้หรอก แต่ผมหวงหวานนะ”
หวานหันมายิ้มให้ผมแบบเอียนๆ แล้วเอามือตบบ่าผม ผมรู้สึกถึงแรงกระเพื่อมของหัวใจเกินจะบรรยาย ผมว่ามันกระเพื่อมมากกว่าน้ำข้างหน้าตอนนี้เสียอีก
วันนี้เป็นวันแรกของผมที่จะได้กินข้าวกับหวาน แค่คิดผมก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว ก่อนไปถึงร้านผมไม่ลืมที่จะหาซื้อดอกไม้ไปให้เธอ ผมกำดอกกุหลาบขาวไว้ในมือและรีบวิ่งไปที่ร้าน
“สายไป 2 นาที นะขม”
“พอดีขมแวะซื้อนี่มาให้หวาน”
“ไม่เห็นต้องให้อะไรหวานเลย”
“เอาน่าหวาน ผมให้ด้วยความจริงใจ”
เป็นความจริงที่เราทั้งสองเริ่มสนิทชิดเนื้อ เอ้ย! ชิดเชื้อกันมากขึ้น โดยผมเองก็แอบหวังไปไกลว่าความรักที่ผมมีให้เธอจะหอมหวานไปตลอดกาล แต่ก็ยังมีเรื่องให้ผมต้องหวั่นวิตกเสมอเพราะหวานเป็นสาวหน้าตาดี นิสัยดี และเป็นที่หมายปองของพวกหนุ่มๆ ที่มาขายขนมจีบเธอทุกวัน ดอกไม้บ้าง ขนมบ้าง ชวนไปเที่ยวบ้าง แต่ผมก็ยังไม่มีรายไหนที่เธอตกลงปลงใจ มันเลยยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าหวานมีใจให้ผมเกินหนุ่มๆ คนอื่น
วันนี้ผมตัดสินใจจะขอหวานเป็นแฟนให้ได้ เรานัดกับที่ร้านอาหารคู่รักที่กำลังนิยมในหมู่วัยรุ่นร้านหนึ่ง ผมใช้เวลาอยู่ร่วมสัปดาห์ในการจองร้านอาหารร้านนี้ ตอนนี้ผมกำลังสำรวจความพร้อมของตัวเอง และพลิกดอกกุหลาบช่อใหญ่ข้างกายไปมา และไม่นานเธอก็เยื้องกายเข้ามาในร้าน
“รอนานหรือป่าวขม”
“ไม่นานเลย พอดีขมมาก่อนเวลา”
“วันนี้เป็นวันพิเศษอะไร ทำไมเราถึงมากินร้านที่จองยากขนาดนี้ได้”
“ขมมีเรื่องสำคัญจะบอกหวาน” ผมเยื้องมือไปหยิบดอกกุกลาบขาวช่อใหญ่ข้างกาย ยื่นให้หวาน เธอแปลกใจเล็กน้อยกับการกระทำ
“เราเป็นแฟนกันไหมหวาน ขมอยากบอกหวานมานานแล้ว” เธอนิ่งไปชั่วขณะ ระหว่างนั้นจิตใจผมไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ผมกลัว กลัวจริงๆ กลัวคำบางคำจะหลุดจากปากเธอ
“ที่ผ่านมา หวานคิดว่าเราเป็นแค่เพื่อนกัน” โป๊ะ! ใช่ผมรู้สึกโป๊ะมาก โป๊ะจนไม่อยากจะพูดอะไร
“หวานกลัว กลัวจะเสียขมไปถ้าเราเป็นแฟนกัน จำตอนที่ขมเจอหวานได้ไหม วันนั้นหวานอกหักเพราะหวานตัดสินเป็นแฟนกับคนที่หวานคบ เขารับหวานไม่ได้ เขาบอกว่าหวานไม่ปกติ หวานกลัวขมจะทิ้งหวานไปแบบเขา เราเป็นเพื่อนกันแบบนี้ดีกว่า”
เธอร่ายประโยคยาวๆ ประโยคนี้ที่ผมฟังเท่าไรก็ไม่เข้าใจ ผมรู้สึกหน่วงที่หัวใจอย่างมาก และผมเองเป็นฝ่ายเดินออกจากร้านไปอย่างเงียบๆ
สามวัน สามวันแล้วที่ผมไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ทำงานส่ง ไม่ไปเรียน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองอกหัก และผมเริ่มคิดอุตะริดจะทำอะไรบางอย่างขึ้น แต่ตอนนี้ผมยังคิดไม่ออก
วันนี้เป็นวันที่สี่ ผมไม่ได้ติดต่อหวานมาสี่วันแล้ว เพราะผมกำลังคิด คิด คิดถึงบางอย่างที่ผมจะทำกับตัวผมให้อาการหน่วงหายไป เวลาล่วงเลยมาหลายชั่วโมงแล้ว แสงเรืองๆ ในห้องสี่เหลี่ยมเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ขณะที่ผมกำลังเยื้องมือจับปากกาเพื่อเขียนบันทึกในยามวิกาลเช่นนี้ ซึ่งปกติมันไม่ใช่วิสัยของผมเลย ผมกำลังพยายามระบายความทุกข์ของผมลงในกระดาษ เพราะผมเพิ่งค้นพบว่ามันช่วยผมได้อย่างน่าประหลาด แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังหน่วงอยู่ดี
ผมมองไปรอบๆ ห้อง เพื่อมองหาอะไรบางอย่าง บางอย่างที่ผมก็ไม่สามารถล่วงรู้ได้ ผมรู้สึกว่าผมเริ่มมีอาการลอยๆ แล้ว เนื่องจากผมไม่ได้กินอะไรเท่าไรในสี่วันนี้ ผมตัดสินหาความบันเทิงด้วยการดูทีวี ยามวิกาลเช่นนี้ไม่มีฟรีทีวีช่องไหนสามารถช่วยผมได้ ผมรู้สึกเสียดายที่ไม่ตัดสินใจติดช่องเคเบิ้ลตั้งแต่เดือนก่อนตอน ที่มีพนักงานขายมาโฆษณาหน้าบ้าน
หวานกำลังเดินเข้ามาในห้องของผม เธอเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ พร้อมคำขอโทษ ผมตกใจมากไม่รู้ว่าเธอเข้ามาได้อย่างไร หรือแม่ผมอาจให้เธอขึ้นมา เธอจับมือผมแล้วปลอบโยนผมด้วยการกอด ผมไม่แน่ใจว่าเธอกำลังจะทำอะไร มันเป็นความรู้สึกบริสุทธิ์และสะอาด เมื่อผมได้สัมผัสไอกอดของหวาน ผมแอบคิดไปเองคนเดียวว่าหวานก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน ผมประคองเธอและโน้มตัวเธอลงบนเก้าอี้ตรงหน้าผม ผมดีใจมากที่หวานมาหาผม น้ำตาผมไหล ผมรู้สึกถึงความเหนียวที่คางของตัวเอง เข้ามาแทนที่ความอบอุ่นที่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลันเมื่อครู่นี้ และผมก็ตั้งสติได้ ผมพลอยหลับไป
เหตุการณ์นี้ทำให้ผมยิ่งฟุ้งซ่านไปใหญ่ ผมลุกจากเตียงไปล้างความเหนียวจากน้ำลายที่แปลกเปลื้องตรงคางในห้องน้ำ และผมก็ตัดสินใจออกไปเดินสูดอากาศข้างนอก เพื่ออะไรๆ จะดีขึ้น ผมเดินก้มหน้าก้มตาผ่านตึกใหญ่ไปสู่ถนนใหญ่ในคืนที่แสงไฟสลัวเช่นนี้ ผมหยุดยืนที่หน้าร้านสะดวกซื้อ และเลือกซื้อหนังสือมาเล่มหนึ่ง ระหว่างทางผมอ่านมันไปพรางๆ มันเป็นหนังสือที่จ่าหัวว่าคนเราขจัดความทุกข์ด้วยการฆ่าตัวตายได้จริงหรือ
ผมเริ่มสนใจข้อความในหนังสือมากขึ้น ผมรู้สึกว่าถึงอย่างไรในเมื่อถึงเวลาคนเราก็ต้องตายจากโลกนี้ไปอยู่ดี การฆ่าตัวตายน่าจะทำให้อาการหน่วงของผมจากไปด้วยเหมือนกัน ผมรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น และเริ่มเขียนบันทึกอีกครั้ง ผมหวังว่ามันจะเป็นข้อความสุดท้ายที่ผมจะได้เขียน
ผมรู้สึกว่ายามวิกาลเช่นนี้คือเวลาอันเหมาะสมของผมแล้ว ผมตัดสินใจว่าจะเอามีดแทงตัวเอง แต่ขณะนี้ที่เองที่ผมเริ่มนึกสงสัยถึงเรื่องราวของวันพรุ่งนี้ว่าจะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบนโลกใบนี้บ้าง ถ้าเกิดผมไม่ตายล่ะ ผมจะทำอย่างไร ผมคงหยุดคิดถึงหวานไม่ได้
ถึงเวลาตอนนี้ก็เป็นเวลาตีสามแล้ว ผมว่าผมต้องลองเสี่ยงดูสักครั้ง มีดถูกปักแถวหน้าอกของผม มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บและผมก็หมดสติไป
ผมตื่นมาในห้องสีขาวโพล้น ผมได้กลิ่นแอมโมเนีย พ่อแม่ผมรีบวิ่งมาดูผมด้วยอาการร้องไห้ ผมดูไม่ออกว่าท่านร้องไห้ด้วยความดีใจหรือเสียใจ ข้างหลังท่านคือหวาน ผู้หญิงที่ทำให้ผมรู้สึกหน่วง เธอก็ร้องไห้เหมือนกัน
พวกเราขอเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังสักพัก หวานเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับเธอให้ผมฟังว่าทำไมถึงรับรักผมไม่ได้ เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะว่าหวานเป็นกระเทย พอหวานจะคบใครจริงจังหรือพอทุกคนรู้ความจริงก็มักจะทิ้งเธอไป ไม่เคยมีใครยอมรับเธอได้เลย หวานเลยกลัวจะเสียผมไปถ้าเราเป็นแฟนกัน เล่ามาถึงตรงนี้ ผมก็ร้องไห้ แต่ผมรู้ตัวเองดีว่าร้องไห้เพราะอะไร ผมร้องไห้เพราะความเสียใจ ความตกใจ กับชีวิตขมๆ ของผม ว่ามันเป็นเรื่องจริงที่ตลอดเวลาผมรักกระเทย
